วันศุกร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2555

Windows Phone 8 ความหวังที่มาพร้อมปัญหา


Prev
1 of 1
Next
updated: 24 มิ.ย. 2555 เวลา 11:36:09 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
คอลัมน์ IT. Talentz
โดย Siripong@kidtalentz.com

ไมโครซอฟท์ เปิดตัวของใหม่มาเป็นฉาก ๆ หลังจากไม่กี่วันก่อนเล่าแจ้งแถลงไขถึงแท็บเลต "Surface" ที่จะออกมาสู้กับไอแพด และแท็บเลตในตระกูลแอนดรอยด์ ก็แจกแจงรายละเอียดเกี่ยวกับวินโดวส์ โฟน 8 ซึ่งจะใช้แกนโค้ดเดียวกันกับวินโดวส์ 8 ที่จะใช้ในพีซีและแท็บเลต

วินโดวส์ โฟน 8 เป็นสิ่งที่หลายคนรอคอยอยากเห็นมานาน และมันเป็นตัวสำคัญที่จะชี้ขาดว่าไมโครซอฟท์จะเข้ามาสู่ตลาดสมาร์ทโฟนได้ อย่างสมศักดิ์ศรีหรือไม่ มีผู้ผลิตรายใหญ่ที่พร้อมจะเล่นด้วยหลายราย โดยเฉพาะรายสำคัญคือโนเกียที่สูญเสียความเป็นเจ้าในตลาดสมาร์ทโฟนจนอยู่ใน สถานะลำบากมาจับมือเป็นพันธมิตรกัน

โนเกียเพิ่งจะออกสมาร์ทโฟนตัวใหม่ที่ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ โฟน 7.5 มาวางขายได้ไม่นานนัก

แต่ ปรากฏว่าตามถ้อยแถลงของไมโครซอฟท์ วินโดวส์ โฟน 8 จะไม่สามารถนำไปอัพเกรดวินโดวส์ โฟนรุ่นเก่า ๆ ได้ และไม่สามารถใช้แอปพลิเคชั่นใหม่ ๆ ที่ออกมาสำหรับวินโดวส์ โฟน 8

กรณีแอปพลิเคชั่นใหม่ไม่สามารถใช้กับระบบปฏิบัติการเก่าได้นั้น ถือเป็นเรื่องปกติ ทว่าสำหรับสมาร์ทโฟนที่ออกมา

ได้ไม่ถึงสองปีไม่สามารถอัพเกรดได้นั้น นับว่าแปลก

iOS 5 ออกมาเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ปลายปีนี้จะออก iOS 6 ที่คนใช้ไอโฟน 3GS ซึ่งออกมาขายเมื่อปี 2552

ก็ ยังสามารถอัพเกรดได้ ในเวลาเดียวกันนี้ สมาร์ทโฟนตระกูลแอนดรอยด์เองก็เช่นกัน ที่สามารถอัพเกรดขึ้นมาจนถึงเวอร์ชั่น 4.0 เช่นกัน และฟรีด้วย

ผล กระทบที่น่าจะเกิดขึ้นก็คือการชะลอตัวของตลาดลูเมีย และการเสียความรู้สึกของลูกค้าที่เพิ่งซื้อรุ่นใหม่ไปหยก ๆ แม้จะมีปลอบใจเล็ก ๆ ว่าจะมีเวอร์ชั่น 7.8 ออกมา ซึ่งจะนำบางอย่างของเวอร์ชั่น 8 มาใส่ไว้ก็ตาม

เว้นแต่ว่าโนเกียจะมีกลยุทธ์อะไรเด็ด ๆ ออกมา ทว่านักวิเคราะห์จากการ์ทเนอร์คิดว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ข่าวดีสำหรับโนเกียแน่นอน

ปัจจุบันในตลาดโลสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์

มี ส่วนแบ่งตลาดมากที่สุดถึง 56 เปอร์เซ็นต์ ไอโฟน 26 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลือทั้ง RIM วินโดวส์ โฟน และอื่น ๆ ล้วนมีส่วนแบ่งเป็นเลขหลักเดียวทั้งสิ้น

ซัมซุงคุยสิ้นเดือน ก.ค. Galaxy S3 ยอดขายทะลุ 10 ล้านเครื่อง


       เป็นที่ทราบกันว่าสมาร์ทโฟนระดับแฟลกชิปของซัมซุงในปีนี้เห็นทีจะไม่ใช่รุ่นไหนใครอื่นนอกเหนือไปจาก Galaxy S3 ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ซึ่งล่าสุดผู้บริหารระดับสูงซัมซุงประกาศเสียงดังฟังชัด พร้อมความเชื่อมั่นว่า Galaxy S3 จะสามารถดันยอดขายทะลุหลัก 10 ล้านเครื่องได้ภายในสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ 
      
       รายงานจากสำนักข่าวรอยเตอร์สระบุว่า J.K. Shin ผู้บริหารหน่วยธุรกิจโทรศัพท์ซัมซุง กล่าวว่า ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาหลังการเปิดตัวสมาร์ทโฟนระดับเรือธงใหญ่ของซัมซุง Galaxy S3 ขณะนี้ยอดการสั่งซื้อสมาร์ทโฟนรุ่นดังกล่าวในต่างประเทศเริ่มทยอยจำหน่ายออกไปแล้ว ทั้งในทวีปยุโรป สหรัฐอเมริกา และทวีปเอเชีย ซึ่งผลตอบรับของ Galaxy S3 จากผู้บริโภคอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างดี 
      
       J.K. Shin ได้กล่าวต่อไปพร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า Galaxy S3 จะสามารถทำยอดขายทะลุ 10 ล้านเครื่องก่อนสิ้นเดือนกรกฎาคมได้อย่างแน่นอน ซึ่งถ้าหากตัวเลขดังกล่าวซัมซุง และ Galaxy S3 ทำได้จริง จะถือเป็นสถิติใหม่ในการวางจำหน่ายสมาร์ทโฟนของซัมซุงเลยก็ว่าได้ 
      
       ทั้งนี้ ในอดีตเมื่อครั้งซัมซุงถือฤกษ์วางจำหน่าย Galaxy S สมาร์ทโฟนไฮเอนด์ตระกูล Galaxy รุ่นแรก สามารถดันยอดขายทั่วโลกถึง 24 ล้านเครื่องภายในระยะเวลา 2 ปี ส่วน Galaxy S2 กลับใช้เวลาน้อยกว่านั้น โดยใช้เวลาเพียงแค่ 1 ปีสามารถขายได้ถึง 28 ล้านเครื่อง
      
       ด้วยตัวเลขดังกล่าวที่ผู้บริหารซัมซุงคาดการณ์ไว้ ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อยเกี่ยวกับผลการตอบรับของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ ทั้งๆ ที่ Galaxy S3 เพิ่งวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในทวีปยุโรปเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ส่วนตลาดใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกาเริ่มจุดพลุไปเมื่อวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา
      
       สำหรับสมาร์ทโฟนระดับแฟลกชิป Galaxy S3 จะมาพร้อมกับขนาดหน้าจอ 4.8 นิ้ว ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 4.0 Ice Cream Sandwich อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ประกอบการใช้งานที่หลากหลาย และน่าจะเป็นสมาร์ทโฟนที่เปรียบเสมือนคู่ต่อกรที่สมน้ำสมเนื้อที่สุดกับไอโฟนจากค่ายแอปเปิล ที่มีแนวโน้มจะเปิดตัวในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้
      
       Company Related Link :
       Sansung

วันพุธที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2555

มอเตอร์บัสเลส


โหมดของโปรแกรมหลักใน ESC (Tower pro 40A)
1. การหยุดมอเตอร์ (Brake) : ใช้ / ไม่ใช้ค่าเริ่มต้น คือ ไม่ใช้
2. ชนิตแบต (Battery Type) : Li-xx, Ni-xx, ค่าเริ่มต้น คือ Li-xx
3. โหมดการป้องกันขีดต่ำสุดของศักย์ไฟฟ้า (Cut-Off mode) : soft cut-off (ค่อยๆลดการจ่ายกระแส) หรือ
cut-off (ลดการจ่ายกระแสทันที)ค่าเริ่มต้น คือ cut-off
4. จุดเริ่มต้นการป้องกันขีดต่ำสุดของศักย์ไฟฟ้า (Cut-Off threshold) : Low (2.6 V.) /medium (2.85 V.)
/high (3.1 V.), ค่าเริ่มต้น คือ medium
สำหรับ Li battery จำนวนเซลล์จะถูกคำนวณโดยอัตโนมัติ ยกตัวอย่างเช่น สำหรับ แบต Li-xx 3 เซลล์ ที่
“Medium cut-off” ค่าจุดเริ่มต้นจะถูกเซทไว้ที่ประมาณ 2.85*3 = 8.55 V.
5. โหมดเริ่มต้น (Startup Mode) : normal /soft /super-soft, ค่าเริ่มต้น คือ normal
- Normal สำหรับ เครื่องบินแบบปีกฟิกส์กับที่
- soft หรือ super-soft สำหรับเฮลิคอปเตอร์
6. Timing : Low /medium /high, ค่าเริ่มต้น คือ low
โดยทั่วไป ค่า low timing สามารถใช้ได้กับเกือบทุกๆมอเตอร์
แต่เราแนะนำ Low ให้ใช้กับมอเตอร์ 2 ขั้ว
Medium ให้ใช้กับมอเตอร์ที่มากกว่า 6 ขั้ว เพื่อประสิทธิภาพที่สูงขึ้น
High ให้ใช้กับมอเตอร์ความเร็วสูง


เริ่มต้นการใช้งาน ESC
กรุณาเริ่มต้นการใช้งานตามตามลำดับต่อไปนี้
1. เลื่อน throttle ลงตำแหน่งต่ำสุดเปิดวิทยุ
2. ต่อแพคแบตเข้าที่สปีด, ESC จะเข่าสู่กระบวนการตรวจสอบด้วยตัวเองมอเตอร์จะส่งเสียงลักษณะพิเศษคล้าย
DLM ซึ่งหมายถึงศักย์ไฟฟ้าของแพคแบตอยู่ในช่วงปกติ (normal rang), และหลังจากนั้นจะส่งเสียง N “beep”
ซึ่งหมายถึงจำนวนเซลล์ของแพคแบต สุดท้ายจะส่งเสียงดังยาว “beep------” หมายถึงกระบวนการตรวจสอบด้วย
ตัวเอง OK พร้อมบินครับ
3. “Very important !” เนื่องจากวิทยุแต่ละเครื่องจะมีช่วง throttle แตกต่างกันดังนั้นควรตรวจสอบการตั้งค่าและ
calibrate เมื่อเปลี่ยนวิทยุเครื่องใหม่

Throttle rang setting.
Program the ESC with your new transmitter (4 step)
1. เข้าสู่โหมดโปรแกรม
a. เปิดวิทยุเลื่อน throttle ขึ้นตำแหน่งสูงสุดต่อแพคแบตเข้าที่ ESC
b. รอประมาณ 2 วินาทีมอเตอร์จะส่งเสียงลักษณะพิเศษคล้าย “beep-beep-” ให้เลื่อน throttle ลงตำแหน่งต่ำสุดทันทีThrottle rang จะถูก calibrate ครับ
c. หรือรออีกประมาณ 5 วินาที จะได้ยินเสียงเสียงลักษณะพิเศษคล้าย “BSLCDL” ซึ่งหมายถึงกำลังเข้าสู่โหมด
โปรแกรม
2. การเลือกตั้งค่าโปรแกรม
หลังจากเข้าสู่โหมดโปรแกรมคุณจะได้ยินเสียง 8 ลักษณะซึ่งจะหมายถึงชนิดโปรแกรมต่างๆ 8 โปรแกรม แล้วจะดังวน
ซ้ำอีกครั้งตามลำดับ ดังนี้
- “beep” brake
- “beep-beep-” battery type
- “beep-beep-beep-” cut-off mode
- “beep-beep-beep-beep-” cut-off threshold
- “beep-----” startup mode
- “beep-----beep-” timing
- “beep-----beep-beep-” set all to default
- “beep-----beep-----” exit
ถ้าคุณต้องการปรับตั้งค่าโปรแกรมใดๆให้เลื่อนสติก Throttle ลงมาตำแหน่งต่ำสุดภายใน 3 วินาที หลังจากได้ยิน
เสียงโปรแกรมนั้นๆ


3. การปรับตั้งค่าโปรแกรม
หลังจากที่ท่านเลือกโปรแกรมจากขั้นตอนที่ 2 หากต้องการปรับตั้งค่าให้เลื่อนสติก Throttle ไปที่ตำแหน่งสูงสุดเมื่อ
ได้ยินเสียง (Tones) ของค่าที่ท่านต้องการปรับตั้งโปรแกรม ดังนี้
Tones 1."beep-" 2."beep-beep-" 3."beep-beep-beep-"
- Brake 1."off" 2."on"
- battery type 1."Li-xx" 2."Ni-xx"
- cut-off mode 1."soft-cut" 2."cut-off"
- cut-off threshold 1."low" 2."medium" 3."high"
- startup mode 1."normal" 2."soft" 3."super soft"
- timing 1."low" 2."medium" 3."high"
(ให้ท่านค้างสติก Throttle ไว้ที่ตำแหน่งสูงสุด หากท่านต้องการกลับไปสู่ขั้นตอนที่ 2 อีกครั้ง และเลือกตั้งค่า
โปรแกรมอื่นๆต่อไปหรือให้ท่านเลื่อนสติก Throttle สู่ตำแหน่งต่ำสุดภายใน 2 วินาทีหากต้องการออกจากโหมดกา
ปรับตั้งโปรแกรม)
4. การออกจากโหมดการปรับตั้งโปรแกรม มี 2 ช่องทางครับ
a. ในขั้นตอนที่ 1.c. หลังจากที่ท่านได้ยินเสียง “BSLCDL” ให้เลื่อนสติก Throttle ลงสู่ตำแหน่งต่ำสุดภายใน
วินาที
b. ในขั้นตอนที่ 2 หลังจากได้ยินเสียง “beep-----beep-----” ให้ท่านเลื่อนสติก Throttle ลงสู่ตำแหน่งต่ำ
สุดภายใน 3 วินาที
ขอบคุณ RCTHAI.NET

   วิธีตั้งโปรแกรม TRIPLE X
มาเข้าใจภาษากับของผมก่อนครับ
จุดๆเดียวนี่แหละครับ ขอแทนเสียงสั้นๆหนึ่งครั้ง
ขีดนี่แทนเสียงยาวๆหนึ่งครั้ง
๑ แทนเสียงต่ำ ครั้งหนึ่ง
 แทนเสียงในลักษณะไล่ขึ้นหรือไล่ลง
๓ ขอแทนเสียงสูงครั้งหนึ่ง
แบบว่าถ้ามันเป็น ๑๒๓ ก็คือเสียงไล่จากต่ำไปสูงถ้า๓๒๑ ก็เป็นจากสูงลงต่ำถ้าเป็น ๑๒๓๒๑ ก็เป็นเสียงที่ไล่จากต่ำขึ้นสูงแล้วลงมาต่ำ อะไรอย่างเงี้ย เข้าใจตามนี้นะครับ ถ้าไม่เข้าใจก็อย่าอ่านต่อเลยครับ เดี๋ยวจะยิ่งงงกันไปใหญ่
มีโปรแกรมให้ตั้ง 9 รายการครับ บางรายการผมก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร ใครทราบก็ช่วยๆบอกให้รู้กันด้วยนะครับ การโปรแกรมจะต้องใช้วิธีฟังเสียงจากมอเตอร์ โดยจะเริ่มต้นจากโปรแกรมที่1ไปเรื่อยๆจนถึงโปรแกรมที่ถ้าเราตกลงที่โปรแกรมไหนแล้ว จะได้ยินเสียงตอบรับดัง ๑๓ ทีนึง แล้วก็ถือเป็นการออกจากโหมดตั้งโปรแกรมไปเลยครับ ถ้าเราอยากตั้งโปรแกรมอื่นๆต่อ ก็ต้องถอดแบตออก แล้วเริ่มต้นใหม่ ต้องรอฟังเสียงจนถึงโปรแกรมที่เราต้องการจะตั้ง ถ้าจะตั้งให้ครบจนถึงโปรแกรมที่ก็ต้องรอกันจนเบื่อแหละครับ การเข้าโหมดตั้งโปรแกรมทำได้โดยดันคันเร่งขึ้นสุดแล้วเสียบแบต สัก 5 วิมอเตอร์จะร้อง ๑๑๓๓ เป็นการเริ่มเข้าโปรแกรมครับ ถ้าเราตกลงเลือกรายการไหนก็ดันคันเร่งลงต่ำสุดในขณะที่ยังเป็นเสียงของโปรแกรมนั้นอยู่ โดยเราจะได้ยินเสียงของแต่ละโปรแกรมไล่ไปทีละรายการ รายการละ5ครั้งต้องตอบตกลงภายในห้าครั้งนี้ครับตอนครั้งไหนก็ได้ แล้วถ้าเราไม่เลือกก็จะเป็นเสียงของรายการถัดไปเรื่อยๆครับ
ก่อนอื่น เสียบรีซีพ+สปีด+มอเตอร์ ให้เรียบร้อย แต่ยังไม่ต้องเสียบแบต (สปีดเข้าที่ CH3 ตามปกติครับ)
ที่วิทยุ ดันสติ๊กคันเร่งไว้สูงสุดครับ จากนั้นเสียบแบต รอแป๊บนึง มีเสียง ๑๑๓๓ จะเริ่มเข้าสู่โหมดตั้งโปรแกรมสปีด
1. Brake เค้าบอกให้ดึงสติ๊กลงต่ำสุดภายใน 5วิ หลังจาก ๑๑๓๓ จะเป็นการตั้งเบรค ON-OFF
2. จุด CUT OFF ตามชนิดของแบต อันนี้เอกสารไม่ค่อยชัดเจนครับ เอาแบบเดาๆก็แล้วกัน
NiCd . . . . .
Lipo 5.6v .. .. .. .. ..
Lipo 8.4v ... ... ... ... ...
3. Reverse Rotation กลับทิศทางการหมุนของมอเตอร์ครับ ไม่ต้องไปสลับที่สาย
๓๒๑๒๓๒๑๒๓ จะดังให้ห้าครั้งครับ
4. Soft start
Enable ๓๒๑๒๓ ๓๒๑๒๓ อย่างนี้ห้าครั้งครับ
Disable ๓๒๑๒๓ ๓๒๑๒๓ ๓๒๑๒๓ ๓๒๑๒๓ ๓๒๑๒๓

5. Under voltage เมื่อแบตต่ำลง
Ignore ๑๓๓ ๑๓๓ ๑๓๓ ๑๓๓ ๑๓๓ จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น
Reduce power ๑๓ ๑๓ ๑๓ ๑๓ ๑๓ สปีดจะลดกำลังลงเองครับ
Cut off ๓๑ ๓๑ ๓๑ ๓๑ ๓๑ สปีดจะตัดไปเลย
6. Timing มันคืออะไรครับ ไม่เข้าใจ
Auto (7-30Degree) - - - - -
Soft (7 Degree) -- -- -- -- --
Hard (22-30 Degree) --- --- --- --- ---
7. Frequency ความถี่ของคลื่น
8 kHz ๓๒๑ ๓๒๑ ๓๒๑ ๓๒๑ ๓๒๑
16 kHz ๑๒๓ ๑๒๓ ๑๒๓ ๑๒๓ ๑๒๓
8. Restoe Default กลับเป็นค่าเดิมจากโรงงาน
- - - - - ไ อ้ตี๊ดแถวนี้จะยาวหน่อยครับ
9. Active RPM Control
rpm Control off -๓- -๓- -๓- -๓- -๓-
20,000 rpm -๓๓- -๓๓- -๓๓- -๓๓- -๓๓-
50,000 rpm -๓๓๓- -๓๓๓- -๓๓๓- -๓๓๓- -๓๓๓-

ไม่รู้อะไรครับ ไม่มีในคู่มือ -๓๓๓๓- ดังห้าครั้งเหมือนกันครับ

6. Timing มันคืออะไรครับ ไม่เข้าใจ
Auto (7-30Degree) - - - - -
Soft (7 Degree) -- -- -- -- --
Hard (22-30 Degree) --- --- --- --- ---
ข้อนี้หล่ะครับ... ที่จะใช้กับมอเตอร์กระดิ่งได้...
ถ้าดูจากสปีดยี่ห้อ Phoenix-35? มี 3 ค่าให้เลือก... ( ค่า Default จะอยู่ที่ข้อ 2. ) เร่งกระดิ่งได้แต่ไม่นิ่มนวล... เลยตั้งข้อที่ 1จะเหมาะกว่าครับ... เร่งกระดิ่งได้สบาย...ไม่มีกระตุก หรือหยุด 12?-35?) ดังนั้นข้อ 6. ลองตั้ง Auto หรือ Hard ดูครับ... ว่าใช้ได้หรือเปล่า...
Option 1: High advance timing (12?-35?)
-Recommended for higher pole count motors (eg. Jeti or large Mega motors) Gives more power at the expense of efficiency
Option 2: Standard advance timing (5?-20?) * Recommended for most motors (Aveox, Hacker, Astro, smaller Mega, Kontronik) Gives a good balance of power and efficiency

Option 3: Low advance timing (0?-15?) Recommended for use when efficiency or run-time is primary concern – Gives a slight loss of power with a slight increase in efficiency.

1. brake - สั่งมอเตอร์ให้หยุดทันทีหรือเปล่า... ตอนคันเร่งเป็น 0 ( ใบพัดจะหยุด อึก ! เลยหล่ะ )
2.จุด CUT OFF
NiCd . . . . .
Lipo 5.6v .. .. .. .. .. ถ้า 2 cell ต้อง 6
Lipo 8.4v ... ... ... ... ...ถ้า 3 cell ต้อง 9
ถ้าเป็นแบบนี้ใช้ไม่ได้เลยครับ... ถ่านพังแน่ ๆ ... ( ไฟต์เดียวก็พังแล้ว...เพราะ V ต่ำกว่ากำหนดของ Lipo คือ ห้ามต่ำกว่า3V ต่อ 1 cell )
3. Reverse Rotation กลับทิศทางการหมุนของมอเตอร์ครับ ไม่ต้องไปสลับที่สาย
อันนี้ตรงตัวอยู่แล้ว...
4. Soft start
ถ้า Enable ตอนเร่งสุดเร็ว ๆ มอเตอร์จะค่อย ๆ หมุน... เหมาะสำหรับ ฮ. ( ป้องกันการกระตุก หรือเกียร์พัง... )
ถ้า Disble ตอนเร่งสุดเร็ว ๆ มอเตอร์จะเร่งเต็มที่ทันที
5 -- 6 บอกไปแล้ว...
7. Frequency ความถี่ของคลื่น จะเกี่ยวข้องกับการออกแบบของ inductance motors ของมอเตอร์แต่ล่ะตัว เลือก 8 kHzครับ...

****คัดลอกมาจาก rcthai.net ขอขอบคุณท่านที่นำมาลงไว้ ****

การตั้งค่าสปีด EZRUN-35A-SL Brushless ESC

วิธีเซ็ทไก
1.เปิดรีโมท
2.กดปุ่มเซ็ตที่สปีดค้างไว้ แล้วเปิดสปีด รอให้ไฟสีแดงที่สปีดกระพริบแล้วปล่อยปุ่มเซ็ต
3.กดปุ่มเซ็ต1ครั้ง (ถ้าใช้2.4G ให้รอรีซีฟพร้อมทำงานก่อนถึงจะกดปุ่มเซ็ต)
4.ให้กำคันเร่งค้างไว้ แล้วกดปุ่มเซ็ต1ครั้ง
5.ให้ดันเบรคค้างไว้ แล้วกดปุ่มเซ็ต1ครั้ง เสร็จขั้นตอนการเซ็ตไกรีโมท

วิธีต่อ Promgram Card
เอาสายรีซีฟของสปีดมาเสียบที่โปรแกรมการ์ดให้ถูกขั้ว ถ้าตามภาพนี้ก็คือช่องด้านซ้าย ขั้วลบ(สายดำ)อยู่ทางขวา
เสียบแบต
เปิดสปีดรอ 3 วิ จึงจะเริ่มทำงาน

หน้าจอ
Item : แสดงสถานะของโหมด
Value : แสดงสถานะการตั้งค่าในแต่ละโหมด

ปุ่มต่างๆ
Item : เลือกโหมด
Value : เลือกการตั้งค่าในแต่ละโหมด
Reset : ตั้งค่าจากโรงงาน
OK : ยืนยันการตั้งค่าในแต่ละโหมด

คำอธิบายในแต่ละโหมด
โหมด 1 : ตั้งค่าให้ 1. เดินหน้า-เบรค 2. เดินหน้า-เบรค-ถอยหลัง
โหมด 2 : คล้าย Engine Brake ของรถจริง คือยกคันเร่งแล้วมีแรงเบรคโดยที่ยังไม่ต้องดันไก
ตั้งได้ 0-40% (0% ไม่มีการช่วยเบรคขณะยกคันเร่ง)
โหมด 3 : ตั้งค่าสปีดให้ตัดการทำงานเมื่อแบตมีแรงดันต่อเซลล์ต่ำกว่า ...... Volt
โหมด 4 : การกระชากออกตัว 1-4 (นุ่มนวล-ดุดัน)
โหมด 5 : ตั้งค่าแรงเบรคสูงสุด 25-100%
โหมด 6 : ตั้งค่าความเร็วของการถอยหลังสูงสุด 25-100%
โหมด 7 : %เบรคที่เริ่มต้นทำงาน เช่นดันเบรคที่ไกไป 1% แต่สปีดจะเบรคที่40%
ถ้าเลือก 1 จะเข้าไปใช้โหมด Drag Brake Force
โหมด 8 : ระยะฟรีของไกตรงตำแหน่งกลาง (Neutral) ตัวอย่างเช่น ระยะไกเร่งสุดถึงเบรคสุดเทียบเป็น 100%
ก็จะมีระยะฟรี ประมาณ 6%, 9% หรือ 12% แล้วแต่เราจะตั้ง.....
โหมด 9 : ตั้งองศาการจ่ายไฟ ค่ามาก=แรงมาก=เปลืองมาก
โหมด 10 : ชนิดของมอเตอร์
โหมด 11 : ตั้งค่าสปีดให้ตัดการทำงานเมื่อมีความร้อนสูงเกิน 95 องศา (Enable=เลือก)

amsung Galaxy Tab 2 7.0


amsung Galaxy Tab 2 7.0 แท็บเล็ตแอนดรอยด์ 4.0 ICS ที่สามารถใช้โทรศัพท์แบบแนบหูได้ มี CPU dual-core 1 GHz, RAM 1GB พื้นที่เก็บข้อมูลในเครื่อง 16 GB หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว สะดวกในการพกพา กล้องหลัง 3.2 ล้านพิกเซล กล้องหน้าความละเอียด VGA รองรับวิดีโอคอลล์ รองรับ 3G/Wi-Fi 802.11 b/g/n, Wi-Fi Direct, Bluetooth 3.0 รองรับการ์ดความจำภายนอก microSD อีกทั้งศูนย์รวมแอพพลิเคชั่นความบันเทิง เกมส์ จาก Readers Hub, Game Hub และอื่นๆ อีกมากมาย ใช้งานต่อเนื่องด้วยแบตเตอรี่ Li-ion ความจุ 4,000 mAh...

Samsung  Galaxy Tab 2 7.0 - ซัมซุง
Samsung Galaxy Tab 2 7.0 แท็บเล็ตแอนดรอยด์ 4.0 ICS มาพร้อมดีไซน์ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า บริเวณขอบทั้งสี่ด้านโค้งมน วัดความสูงได้ 194 มิลลิเมตร กว้าง 122 มิลลิเมตร หนา 10.5 มิลลิเมตร น้ำหนัก 345 กรัม
Samsung  Galaxy Tab 2 7.0 - ซัมซุง
ด้านหน้าเป็นส่วนของจอแสดงผล LCD ระบบสัมผัส ขนาด 7 นิ้ว ความละเอียด 600x1024 พิกเซล เทคโนโลยี PLS TFT
Samsung  Galaxy Tab 2 7.0 - ซัมซุง
เหนือหน้าจอขึ้นไปมีช่องลำโพงสำหรับฟังเสียงสนทนาอยู่ตรงกลาง ด้านซ้ายมี Light Sensor ตรวจจับแสงสว่างสำหรับการปรับแสงบนหน้าจออัตโนมัติ และ Proximity Sensor ระบบเปิด/ปิดหน้าจออัตโนมัติขณะสนทนา ด้านขวามีเลนส์กล้องหน้าความละเอียด VGA
Samsung  Galaxy Tab 2 7.0 - ซัมซุง
ด้านล่างของหน้าจอมีโลโก้ SAMSUNG สีเงินสะท้อนแสง
Samsung  Galaxy Tab 2 7.0 - ซัมซุง
ด้านขวาตัวเครื่องมีปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง (Power) และปุ่มปรับระดับเสียง (Volumn) ซึ่งทั้งสองปุ่มจะเข้าไปอยู่ในพื้นที่ของฝาหลังบางส่วน
Samsung  Galaxy Tab 2 7.0 - ซัมซุง
ด้านซ้ายตัวเครื่องมีช่องใส่ SIM การ์ด และช่องใส่หน่วยความจำภายนอก microSD การ์ด ทั้งสองจะมีฝาปิดซึ่งครอบคลุมบริเวณของฝาหลังไปบางส่วนเช่นกัน โดยรวมการออกแบบถือว่าเก็บรายละเอียดได้เรียบร้อยดี
Samsung  Galaxy Tab 2 7.0 - ซัมซุง
ด้านบนตัวเครื่องเป็นช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
Samsung  Galaxy Tab 2 7.0 - ซัมซุง
ด้านล่างเป็นช่องเสียบพอร์ตการเชื่อมต่อแบบ 30 PIN ข้างๆ กันด้านขวามีช่องไมโครโฟน ขนาบด้วยคู่ของลำโพงเสียงทั้งสองฝั่ง
Samsung  Galaxy Tab 2 7.0 - ซัมซุง
ด้านหลังเป็นส่วนของฝาหลังและเลนส์กล้องหลัง ในส่วนของวัสดุที่ใช้ทำฝาหลังจะเป็นพลาสติกขึ้นรูปที่แข็งแรง มองดูคล้ายกับโลหะเนื่องจากการเคลือบสีมีความมันเงาเล็กน้อยให้ความรู้สึกหรูหรา และเป็นทางการ มีเลนส์กล้องหลังความละเอียด 3.2 ล้านพิกเซลถูกจัดเรียงอยู่ด้านซ้ายบน ตรงกลางมีโลโก้ SAMSUNG สีขาว ด้านล่างเป็นสัญลักษณ์แสดงการรับรองถูกต้องตามข้อกำหนดของสหภาพยุโรป
Samsung  Galaxy Tab 2 7.0 - ซัมซุง
การแสดงผล
Samsung Galaxy Tab 2 7.0 มาพร้อมส่วนติดต่อผู้ใช้ (UI) แบบ TouchWiz UX ซึ่งรันบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 4.0.4 ICS ทำให้การทำงานลื่นไหลไม่สะดุด
Samsung  Galaxy Tab 2 7.0 - ซัมซุง
หน้าล็อคสกรีน
เป็นหน้าแรกที่พบเมื่อเปิดใช้งานเครื่องจากโหมดพักหน้าจอโดยการกดปุ่ม Power มีการแสดงผลนาฬิกาดิจิตอลขนาดใหญ่ วันที่ และพื้นหลังสีฟ้ารูปผิวน้ำ สามารถปลดล็อคหน้าจอได้โดยการใช้นิ้ว ลากบริเวณที่ว่างบนหน้าจอไปทางใดทางหนึ่ง
Samsung  Galaxy Tab 2 7.0 - ซัมซุง   Samsung  Galaxy Tab 2 7.0 - ซัมซุง
หน้าจอหลัก
เป็นหน้าที่เรียกใช้งานไอคอนทางลัดรวมถึง Widget อื่นๆ ได้รวดเร็ว มีหน้าจอหลักในตอนเริ่มต้นทั้งหมด 6 หน้า เลื่อนไปดูหน้าอื่นได้โดยการเลื่อนนิ้วไปทางซ้าย/ขวา หรือดูภาพรวมของหน้าจอหลักโดยการกวาดนิ้วเข้าหากันบนหน้าจอ แบ่งการแสดงผลในหน้าจอหลักออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ ได้แก่
  • ส่วนบน - ด้านซ้ายเป็นส่วนของเครื่องมือค้นหาจาก Google สัญลักษณ์แสดงตำแหน่งของหน้าจอหลักอยู่ตรงกลาง สามารถเลื่อนไปดูหน้าจอหลักอื่นได้โดยการเลื่อนนิ้วบริเวณสัญลักษณ์แสดงตำแหน่ง
    มีไอคอนเมนูหลักอยู่ด้านขวา (สัญลักษณ์รูปสี่เหลี่ยม 4x4)
Samsung  Galaxy Tab 2 7.0 - ซัมซุง

Samsung  Galaxy Tab 2 7.0 - ซัมซุง

Samsung  Galaxy Tab 2 7.0 - ซัมซุง
  • ส่วนกลาง - เป็นส่วนการแสดงผลที่มีพื้นที่กว้างมากที่สุด ประกอบไปด้วย พื้นหลัง, ไอคอนทางลัด และ widget ที่สามารถปรับขนาดและเรียกใช้งานได้ทันที สามารถเพิ่มไอคอนได้โดยการแตะที่ว่างบริเวณหน้าจอ
    ในตำแหน่งที่ต้องการวางค้างไว้ เลือกหัวข้อเพิ่มในหน้าจอหลัก และเลือกทางลัดที่ต้องการวางบนหน้าจอหลัก จะมีให้เลือก 3 แบบ ได้แก่ แอพพลิเคชั่น, แฟ้ม (Folder) และหน้าใหม่
Samsung  Galaxy Tab 2 7.0 - ซัมซุง
Samsung  Galaxy Tab 2 7.0 - ซัมซุง
  • ส่วนล่าง - เป็นไอคอนหลักที่จะตามไปทุกหน้าการแสดงผล ด้านซ้ายเป็นปุ่มกด ประกอบด้วย
    • ปุ่มย้อนกลับ (Back) ใช้เมื่อต้องการย้อนกลับไปหน้าก่อน
    • ปุ่มโฮม (Home) ใช้เมื่อต้องการกลับไปหน้าจอหลัก
    • ปุ่มแสดงรายการล่าสุด (Recent) ใช้เมื่อต้องการเรียกดูแอพพลิเคชั่นที่ถูกเรียกใช้งานล่าสุด
    • ปุ่มถ่ายภาพหน้าจอ (Capture) ใช้เมื่อต้องการบันทึกภาพบนหน้าจอ
Samsung  Galaxy Tab 2 7.0 - ซัมซุง
ตรงกลางเป็นปุ่มซ่อน Mini App ซึ่งสามารถเรียกใช้บนหน้าจอหลักได้หลายๆ Mini App สามารถวางซ้อนกับไอคอนอื่นได้ ประกอบไปด้วย
  • S Planner : โปรแกรมปฏิทิน
  • การจัดการงาน : โปรแกรมจัดการแอพพลิเคชั่นที่ทำงานอยู่
  • ข้อความ : ทางลัดในการเรียกดูข้อความ
  • อีเมล : ทางลัดในการเรียกดูอีเมลในกล่องจดหมาย
  • เครื่องเล่นเพลง : ใช้งานเครื่องเล่นเพลงแบบด่วน พร้อมแสดงรายการหน้าปก และเครื่องมือเล่นเพลง
  • เครื่องคิดเลข : ใช้งานเครื่องคิดเลขพื้นฐาน
  • เตือน : แสดงการเตือนจากนาฬิกาปลุกทั้งหมด
  • เวลาโลก : แสดงเวลาโลก
  • โทรศัพท์ : แสดงปุ่มกดโทรศัพท์พร้อมใช้งาน
Samsung  Galaxy Tab 2 7.0 - ซัมซุง

Samsung  Galaxy Tab 2 7.0 - ซัมซุง
ด้านขวาเป็นแถบสถานะการใช้งานระบบ เมื่อกดเข้าไปจะเปิดหน้าต่างไอคอนทางลัดการเชื่อมต่อ การจัดการหน้าจอ การจัดการระบบเสียง และระบบอื่นๆ ในเครื่อง ถัดมาด้านล่างเป็นแถบปรับความสว่างหน้าจอ ปุ่มปรับแสงสว่างแบบอัตโนมัติ ถัดมาเป็นเมนูการตั้งค่าระบบภายในเครื่องทั้งหมด เช่น Wi-Fi Bluetooth, การใช้ข้อมูล, เสียง, วอลเปเปอร์ และอื่นๆ ด่านล่างสุดจะเป็นสถานะการแจ้งเตือน เช่น มีอีเมลเข้าใหม่ มีการอัพเดทแอพพลิเคชั่น และสถานะเพิ่มเติมอื่นๆ ขณะใช้งาน
Samsung  Galaxy Tab 2 7.0 - ซัมซุง
หน้าเมนูหลัก
สามารถเข้าใช้งานแอพพลิเคชั่นทั้งหมดในเครื่องโดยการกดปุ่มไอคอนเข้าสู่เมนูหลักที่ด้านขวาบน ภายในจะพบกับหน้าเมนูหลักซึ่งรวมแอพพลิเคชั่นและ widget ทั้งหมดที่มีอยู่ในเครื่อง ด้านซ้ายบนเป็นแถบแบ่งหมวดหมู่ได้แก่ แอพพลิเคชั่น Widgets ด้านขวาบนเป็นไอคอนเมนูสำหรับจัดการหน้าเมนูหลัก สามารถแก้ไข/ย้ายตำแหน่ง/ลบการติดตั้ง/ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นเพิ่มเติมได้
Samsung  Galaxy Tab 2 7.0 - ซัมซุง
Samsung  Galaxy Tab 2 7.0 - ซัมซุง
พื้นที่ตรงกลางเป็นไอคอนแอพพลิเคชั่นและ widget ทั้งหมดที่มีอยู่ในเครื่องสามารถเข้าใช้งานโดยการคลิกที่ไอคอน หรือหากต้องการย้ายไอคอนไปวางไว้ในหน้าจอหลักให้กดที่ไอคอนนั้นค้างไว้จะเป็นการหยิบไอคอนไปวางในหน้าจอหลักอัตโนมัติ
Samsung  Galaxy Tab 2 7.0 - ซัมซุง

Samsung  Galaxy Tab 2 7.0 - ซัมซุง

จอ LCD TV


 

Samsung ได้เริ่มวางจำหน่ายจอ LCD TV และทำตลาดโดยใช้ชื่อ LED TV ซึ่งอาจก่อให้เกิดความสับสนในหมู่ผู้บริโภคพอสมควร เมื่อเห็นหุ่นบางๆ และป้ายโฆษณาว่าเป็น LED TV ในครั้งแรกยังเกือบเชื่อว่าเป็น LED Panel จริงๆ แต่เมื่อมาดูกันอย่างจริงจัง แล้วก็พบว่าเป็นการใช้หลอด  LED แทนการใช้หลอด CCFL (Cold Cathode) หน้าจอนั้นก็ยังคงใช้ LCD แบบเดิมอยู่
ในการยิงแสงสว่างให้กับผลึก LCD นั้นมีผลดีดังนี้
  1. ช่วยเพิ่ม contrast ให้กับภาพที่แสดงบน panel ซึ่งทำให้มันแสดงรายละเอียดต่างๆ ได้ดีขึ้น
  2. โดยเฉพาะในฉากที่มีภาพมืดๆ หรือฉากที่มีความสว่างของวัตถุที่อยู่ในภาพหลายๆ ระดับ (เช่นภาพหิมะในเวลากลางคืน) หรืออาจกล่าวโดยสรุปว่า แสงที่ยิงจากหลอด LED จะช่วยทำให้จอ LCD สามารถแสดงภาพที่ดูมีมิติมากขึ้นนั่นเอง
  3. ช่วยให้ LCD Panel สามารถแสดงสีสันที่มากขึ้น กว้างขึ้น (wider color gamut) ซึ่งทำให้ภาพที่ได้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น
  4. ทำให้ผู้ผลิตสามารถผลิตจอที่มีมีขนาดบางลง และปล่อยความร้อนน้อยลงในขณะที่จอทำงาน
  5. ช่วยลดต้นทุนในการผลิต และช่วยประหยัดพลังงาน สอดคล้องกับกระแสรักษ์โลกในปัจจุบัน

ภาพการทำงานของหลอด LED
    ความจริงแล้ว Edge-lit-LED LCDTV ไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ในวงการ LCD แต่อย่างใด เพราะจอ laptop computer ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ส่วนใหญ่ก็ใช้เทคนิคการยิงแสงไฟจากขอบทั้งสี่ด้านของจอเช่นเดียวกัน สิ่งที่เป็นอุปสรรค (หรือความท้าทาย) ต่อการผลิตจอ LCD ที่ใช้เทคนิคการยิงแสงจากด้านข้างคือการทำให้แสงสว่างเท่ากันทั้งจอ แต่เทคโนโลยีการผลิตในปัจจุบันก็สูงพอที่จะทำให้อุปสรรคเหล่านั้นกลายเป็นเรื่องในอดีตไปเสียแล้ว
ซัมซุง มีการนำเสนอแอลอีดี ทีวี 3 ซีรีส์ใหม่ คือ
  • "ซัมซุง แอลอีดี ทีวี 55B8000" ขนาด 55 นิ้ว ราคาประมาณ 1.75 แสนบาท และ 46B8000 ขนาด 46 นิ้ว ราคา 1.29 แสนบาท
  • "ซัมซุง แอลอีดี ทีวี" ขนาด 55, 46 และ 40 นิ้ว 40B7000 ราคาประมาณ 8.9 หมื่นบาท, 46B7000  1.09 แสนบาท และ 55B7000  1.49 แสนบาท
  • "ซัมซุง แอลอีดี ทีวี B6000" ขนาด 55, 46 และ 40 นิ้ว 40B6000 จำหน่ายประมาณ 7.9 หมื่นบาท, 46B6000 9.9 หมื่นบาท และ 55B6000 1.39 แสนบาท
บริษัท ฟิลิปส์ อิเล็กทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์แอลอีดี ทีวีเมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยขณะนี้มีวางจำหน่ายเพียง 1 รุ่นคือ "Philips LED TV 42PFL9803H" ขนาด 42 นิ้วที่มาพร้อมกับจอภาพแบบ "LED Lux" มีคุณสมบัติทำให้ภาพมีความเข้มสูง และสีสันสดใส ด้วยอัตราความคมชัดสูงสุดถึง 2,000,000: 1 อีกทั้งสามารถรองรับการประมวลผลภาพแบบฟูล ไฮเดฟินิชั่น 1080p และระบบ Perfect Natural Motion ทำให้การแสดงผลภาพเคลื่อนไหวนุ่มนวล ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 1.79 แสนบาท
คุณสมบัติที่ Contrust สูง ลดการใช้พลังงานหน่อย และเมื่อมองดูด้านข้า บางเฉียบ เพียงแค่นี้ก็ทำให้คนมีเงินหลายคนตื่นเต้นไปกับคำโฆษณา ว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด แท้จริงแล้วก็ยังคงเป็นของเดิมๆ นั่นเอง แต่ความบางนี้ ต้องแลกกับราคาที่แพงขึ้นเกือบ 1 เท่า ซึ่งผู้ซื้อต้องเลือกเองว่า ต้องการแลกหรือไม่

ทีวีรุ่นใหม่


บทสรุปงาน CES 2012 !!! เจาะลึก “ทีวีรุ่นใหม่ล่าสุด” จากทุกแบรนด์ชั้นนำก่อนใคร
งาน Consumer Electronics Show หรือ CES ถือว่าเป็นงานแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีของแบรนด์สินค้าภาพและเสียงไปจนถึงอุปกรณ์ไอทีต่างๆที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยงานนี้จะจัดขึ้นในเดือนมกราคมของทุกปีที่ Las Vegas ประเทศสหรัฐเอริกา ว่ากันง่ายๆค่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าและไอทีนั้นต่างขนสินค้ารุ่นใหม่ เทคโนโลยีใหม่ หรือแม้กระทั่งสินค้าต้นแบบ Prototype ออกมา “โชว์ออฟ” กันอย่างอลังการแบบไม่แคร์สื่อ !!! โดยในปีนี้งาน CES 2012 ก็ได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 10-13 มกราคมที่ผ่านมาครับ ทางนายโรมันเองก็อาสารวบรวม “ไฮไลท์” สินค้ารุ่นใหม่ๆที่น่าสนใจจากค่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับโลกไม่ว่าจะเป็น Sony, LG, Samsung, Panasonic, Toshiba และอื่นๆ มาทำเป็น “บทสรุป” ให้ทุกท่านได้ทราบกันว่าตลอดปี 2012 นี้ท่านกำลังจะ “เผชิญหน้า” กับสุดยอดสินค้าเทคโนโลยีอะไรบ้างที่จะคอยสร้าง “กิเลส” ยั่วยวนทรัพย์ในกระเป๋าตังค์ของท่านครับ (ฮา)

คลิ๊กหน้าตามแบรนด์โปรดของท่านเลย
หน้าที่ 1 :: LG OLED TV และ Smart TV
หน้าที่ 2 :: Samsung Super OLED TV และ Smart TV
หน้าที่ 3 :: Sony Crystal LED Display และ Monolithic Design
หน้าที่ 4 :: Panasonic Plasma TV และ LED TV
หน้าที่ 5 :: Toshiba Glass-Free 3D with 4K, Sharp 8K TV, Lenovo Smart TV



เทพทั้งเทคโนโลยีและดีไซน์ !!! LG เปิดตัว OLED TV และ LED TV รุ่นใหม่ดีไซน์สะกิดใจวัยรุ่นไม่ทำให้ผิดหวังเช่นเคย LG ค่ายดังจากแดนกิมจิได้เปิดตัว OLED TV ขนาด 55 นิ้ว ก่อนงาน CES 2012 จะเริ่มประมาณ 1 สัปดาห์ด้วยซ้ำ โดยความพิเศษของ LG OLED TV ที่เหนือกว่า OLED TV ทั่วๆไปนั้นคือใช้หลักว่า 1 Pixel ประกอบด้วย 4 Sub Pixel ย่อยได้แก่ Red Green Blue และ “White” ครับ (RGB+W) ทาง LG เองได้บอกว่าด้วยเทคนิค พิกเซล 4 สีนี้จะให้ “มุมมองรับชมกว้างกว่า OLED TV ของคู่แข่ง” พวกเราคงคุ้นๆคอนเซปต์นี้กับ Sharp Quattron TV ที่มี Pixel ที่ 4 เป็นสีเหลือง Yellow กันมาบ้างแล้ว แต่ด้วยคอนเซปต์ของ Sharp จะเน้นเรื่อง “สีสันที่สมจริงขึ้น” โดยเฉพาะสีเหลือง ในขณะที่จอทีวีทั่วไป 1 Pixel จะประกอบไปด้วย 3 Sub Pixel ได้แก่ Red Green Blue เท่านั้น 

เจ้า LG OLED TV ขนาด 55 นิ้ว นี้มีความบางเพียง 4 มิลลิเมตร โดย LG ให้คำจำกัดความว่าอย่างกิ๋บเก๋ว่า “Paper Slim” หรือบางเหมือนแผ่นกระดาษ (แหม…เห็นภาพสุดๆ) และมีน้ำหนักเบาเพียง 7.9 กิโลกรัมเท่านั้น ดีไซน์โดยรวมสามารถร้องคำว่า “โอ้วแม่เจ้า” ได้อย่างไม่อายใคร !!! โดยส่วนตัวแล้วผมประทับใจ LG OLED TV มากที่สุดในบรรดาสินค้าของทุกยี่ห้อทุกแบรนด์ที่นำมาอวดโฉมในงาน CES 2012 ครั้งนี้


LG OLED TV ขนาด 55" นี่แหละที่ผมรอมานานกว่า 3 ปี


LG OLED TV สีสันสดใส มุมมองสุดกว้าง

อีกหนึ่งไฮไลท์ที่ทำให้ร้องอุทานออกมาได้เช่นกันคือ LG 3D LED TV ขนาดยักษ์ใหญ่ถึง 84 นิ้ว ที่มีความละเอียดหน้าจอแบบ Ultra Definition หรือศัพท์ในวงการเรียกว่าว่า 4K  (3840 x 2160 Pixel) มีดีไซน์ขอบบางเพียง 5 มิลลิเมตรเท่านั้น มีลูกเล่น Smart TV ให้มาอย่างเพียบพร้อม โดยพิจารณาจากขนาดของมันแล้วถือว่าเอามาเทียบเทียบจอ Projector ได้สบายเลย ซึ่งเมื่อปลายปีที่แล้ว LG เพิ่งเปิดตัว 3D LED TV ขนาด 72 นิ้ว และนำมาโชว์ในงาน BOI Fair ที่อิมแพคเมืองทองเมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมาซะด้วย แต่เมื่อเทียบกันแล้ว 84 นิ้วตัวใหม่ ก็จัดได้ว่าเทพกว่า 72 นิ้ว ทั้งดีไซน์และคุณสมบัติแบบขี่รุ่นเก่าไปหลายขุม !!!

วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ไฟล์ที่มีนามสกุล .apk คือไฟล์ติดตั้งโปรแกรมหรือเกมต่างๆ บนแอนดรอยด์ครับ คือถ้าเราดาวน์โหลดจากแอนดรอยด์มาร์เก็ตเวลาลงก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่บางทีเราอาจได้ไฟล์ติดตั้งนี้มาจากเพื่อนหรืออาจจะไปดาวน์โหลดมาจากเว็บไหนสักแห่ง ทีนี้การจะติดตั้งไฟล์ .apk นี้บนมือถือแอนดรอยด์มันต้องมีการตั้งค่าของมือถือเราเล็กน้อยครับไม่งั้นจะติดตั้งไฟล์ไม่ได้ ให้ทำตามนี้

ให้เข้าไปที่ Menu > Settings > Applications > แล้วเลือก Unknown sources




อ้างอิงจากhttp://forum.droids.in.th/index.php/topic,44.0.html

วันอังคารที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2555


Samsung NC215 โน้ตบุ๊คพลังงานแสงอาทิตย์






หลังจากที่ Samsung ได้เปิดตัว Samsung NC215 โน้ตบุ๊คพลังงานแสงอาทิตย์ในรัสเซีย แอฟริกา และอเมริกาเหนือ ล่าสุดทาง Samsung ได้เปิดตัว Samsung NC215 ในเกาหลีแล้ว โดย Samsung NC21 5 เป็น Notebook ขนาดเล็กหน้าจอ 10.1 นิ้ว ฝาปิดตรงด้านหน้ามีแผงโซลาร์เซล สำหรับรับพลังงานแสงอาทิตย์




 Samsung NC215 มีแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้นานถึง 14 ชั่วโมง และรองรับการรีชาร์จได้ถึง 1,000 ครั้ง หรือประมาณ 2-3 ปี ซึ่งเป็นผลมาจากเทคโนโลยี Power Plus ของ Samsung




 สำหรับ Samsung NC215 ที่วางจำหน่ายในเกาหลี มีหน้าจอขนาด 10.1 นิ้ว ความละเอียด 1024 x 600 พิกเซล CPU ดูอัลคอร์โพรเซสเซอร์ Intel Atom N570 ความเร็ว 1.66GHz หน่วยความจำ DDR3 1GB และอาร์ดิสก์ขนาด 250GB ความเร็วรอบ 5400 RPM กราฟิกเป็น Intel Graphics เว็บแคม ตัวเครื่องมีความบาง  17.5 มิลลิเมตร และ น้ำหนัก 1.32 กิโลกรัม มีช่องใส่การ์ดหน่วยความจำ SD พอร์ต USB, Ehternet และไร้สาย Wi-Fi ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Windows 7 Starter Edition เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องใช้งานโน้ตบุ๊คนอกสถานที่ ส่วนราคาของ Samsung NC215 ในเกาหลีอยู่ที่ 600,000 วอน หรือประมาณ 16,500 บาท :  ข่าวไอที

อ้างอิงจาก http://www.itday.in.th/

OLED เทคโนโลยีใหม่สำหรับจอภาพ






OLED ( Organic Light Emitting Devices ) ทางบริษัท TDK ได้นำเสนอเทคโนโลยี OLED จอแสดงผลรุ่นใหม่ที่มีคุณสมบัติคล้ายฟิล์ม คือมีความโปร่งใสจนสามารถมองเห็นทะลุได้ และจะเปล่งแสงเมื่อได้รับ พลังงานไฟฟ้า นอกจากนี้ยังสามารถแสดงภาพในขณะที่จอถูกดัดให้โค้งงอได้อีกด้วย ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบของเทคโนโลยีจอแสดงผลชนิดนี้ที่เหนือกว่าจอที่ทำจาก แก้วที่แตกร้าวได้ง่าย
TDK คาดว่าจะเริ่มผลิตฟิล์มแสดงผลภายในหนึ่งปี นั่นหมายความว่า เราอาจจะได้เห็นมือถือที่ใช้จอ OLED ชนิดนี้ก่อนสิ้นปี 2011 ก็ได้ โดยนอกจากจะผลิตจอแสดงผลดังกล่าว เพื่อใช้กับมือถือแล้ว TDK ยังมองว่า ฟิล์มแสดงผลชนิดนี้ยังเหมาะกับเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้สวมใส่ (wearable electronics) อย่างเช่น แว่นตาแสดงผล Augmented Reality ที่สามารถมองเห็นสิ่งที่ตรงหน้า และภาพกราฟิกที่ปรากฎบนฟิล์ม OLED ที่ใช้แทนกระจกแก้ว หรือด้วยความที่มันมีความยืดหยุ่นโค้งงอได้
ในบูธของ TDK ยังได้มีการนำเสนอสายรัดข้อมือที่มาพร้อมกับฟิล์มแสดงผลชนิดนี้ รวมถึงใน อนาคตสามารถพัฒนาเป็นวิวไฟน์เดอร์ของกล้องถ่ายรูป หรือแม้แต่ใช้หน้าจอชนิดนถ่ายรูปสำหรับ Cameraphone ได้เลย จุดเด่นของเทคโนโลยีนี้ก็คือ ภาพที่สว่างสดใสจนสามารถมองเห็นภายใต้แสงสว่างในธรรมชาติ และพวกที่ชอบก้ม หน้าดูมือถือเวลาเดินก็จะไม่ตกท่อ เพราะจอใส :สำหรับต้นแบบที่นำมาโชว์จะมีขนาด 2 และ 3.5 นิ้ว แต่จะมีความละเอียดสูงถึง 200 พิกเซลต่อนิ้ว

อ้างอิงจาก 

OLED เทคโนโลยีใหม่สำหรับจอภาพ






OLED ( Organic Light Emitting Devices ) ทางบริษัท TDK ได้นำเสนอเทคโนโลยี OLED จอแสดงผลรุ่นใหม่ที่มีคุณสมบัติคล้ายฟิล์ม คือมีความโปร่งใสจนสามารถมองเห็นทะลุได้ และจะเปล่งแสงเมื่อได้รับ พลังงานไฟฟ้า นอกจากนี้ยังสามารถแสดงภาพในขณะที่จอถูกดัดให้โค้งงอได้อีกด้วย ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบของเทคโนโลยีจอแสดงผลชนิดนี้ที่เหนือกว่าจอที่ทำจาก แก้วที่แตกร้าวได้ง่าย
TDK คาดว่าจะเริ่มผลิตฟิล์มแสดงผลภายในหนึ่งปี นั่นหมายความว่า เราอาจจะได้เห็นมือถือที่ใช้จอ OLED ชนิดนี้ก่อนสิ้นปี 2011 ก็ได้ โดยนอกจากจะผลิตจอแสดงผลดังกล่าว เพื่อใช้กับมือถือแล้ว TDK ยังมองว่า ฟิล์มแสดงผลชนิดนี้ยังเหมาะกับเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้สวมใส่ (wearable electronics) อย่างเช่น แว่นตาแสดงผล Augmented Reality ที่สามารถมองเห็นสิ่งที่ตรงหน้า และภาพกราฟิกที่ปรากฎบนฟิล์ม OLED ที่ใช้แทนกระจกแก้ว หรือด้วยความที่มันมีความยืดหยุ่นโค้งงอได้
ในบูธของ TDK ยังได้มีการนำเสนอสายรัดข้อมือที่มาพร้อมกับฟิล์มแสดงผลชนิดนี้ รวมถึงใน อนาคตสามารถพัฒนาเป็นวิวไฟน์เดอร์ของกล้องถ่ายรูป หรือแม้แต่ใช้หน้าจอชนิดนถ่ายรูปสำหรับ Cameraphone ได้เลย จุดเด่นของเทคโนโลยีนี้ก็คือ ภาพที่สว่างสดใสจนสามารถมองเห็นภายใต้แสงสว่างในธรรมชาติ และพวกที่ชอบก้ม หน้าดูมือถือเวลาเดินก็จะไม่ตกท่อ เพราะจอใส :สำหรับต้นแบบที่นำมาโชว์จะมีขนาด 2 และ 3.5 นิ้ว แต่จะมีความละเอียดสูงถึง 200 พิกเซลต่อนิ้ว
อ้างอิงจาก http://www.itday.in.th